รายงานของคณะกรรมการชุดย่อย

1. รายงานคณะกรรมการตรวจสอบ ประจำปี 2568

คณะกรรมการตรวจสอบได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบตามกฎบัตรที่อนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในรอบปีบัญชี 2568 คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการรวม 3 ท่าน คือ นายธวัชชัย ช่องดารากุล ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ นายอนุทิพย์ ไกรฤกษ์ และนางกุณฑลา ศศะสมิต ทำหน้าที่เป็นกรรมการตรวจสอบ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ โดยคณะกรรมการตรวจสอบได้มีการประชุม รวมทั้งหมด 11 ครั้ง โดยเป็นการร่วมประชุมกับผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี และผู้ตรวจสอบภายในตามความเหมาะสม และมีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบกับผู้สอบบัญชี โดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุมด้วย 1 ครั้ง ในปี 2568 มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบควบคุมภายในและแผนการตรวจสอบบัญชีประจำปี 2568 ของบริษัทฯและบริษัทย่อย โดยนายธวัชชัย ช่องดารากุล และนางกุณฑลา ศศะสมิต เข้าร่วมประชุมครบรวม 11 ครั้ง นายอนุทิพย์ ไกรฤกษ์ เข้าร่วมประชุม รวม 10 ครั้ง และได้รายงานผลสรุปจากการประชุมต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบทุกครั้ง ในรอบปีที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจสอบมีผลการปฏิบัติงานซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

  1. ความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาสอบทานงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปี 2568 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ร่วมกับฝ่ายจัดการและผู้สอบบัญชี โดยได้สอบถามและได้รับฟังคำชี้แจงจนเป็นที่พอใจว่าการจัดทำงบการเงิน รวมทั้งการเปิดเผยหมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานการรายงานทางการเงิน มีความเห็นสอดคล้องกับผู้สอบบัญชีว่างบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปีของบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ รวมถึงมีการเลือกใช้นโยบายการบัญชีที่เหมาะสมและสมเหตุสมผล เปิดเผยต่อสาธารณะตามช่องทางและกำหนดเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำหนด
  2. รายการระหว่างกัน คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลรายการระหว่างกัน และรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งผู้สอบบัญชีมีความเห็นว่ารายการระหว่างกันกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ได้ถูกเปิดเผยและแสดงรายการในงบการเงินและหมายเหตุประกอบงบการเงินแล้ว และคณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นสอดคล้องกับผู้สอบบัญชี รวมทั้งมีความเห็นว่ารายการดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขธุรกิจการค้าปกติทั่วไป และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทย่อยของบริษัท รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องและครบถ้วน ตามกฎหมายและข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
  3. ระบบการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน คณะกรรมการตรวจสอบได้กำกับดูแลงานตรวจสอบภายในโดยพิจารณาผลการตรวจสอบภายในและข้อเสนอแนะซึ่งรายงานโดยบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบภายในที่ว่าจ้างจากภายนอก (Outsource) ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยที่ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ รวมถึงมีการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขของฝ่ายจัดการตามข้อเสนอแนะในรายงานดังกล่าวเป็นรายไตรมาส คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่าระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ มีความเพียงพอและเหมาะสม เป็นไปตามแผนการตรวจสอบภายในที่ได้รับอนุมัติ หน่วยงานการตรวจสอบภายในมีความเป็นอิสระ เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพ รวมทั้งการสอบทานนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัทฯ และการดำเนินธุรกิจในอนาคต ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่า บริษัทฯ ได้มีการควบคุมภายในที่เพียงพอ มีความเหมาะสมเป็นไปตามแผนการตรวจสอบภายในที่ได้รับอนุมัติ หน่วยงานการตรวจสอบมีความเป็นอิสระและเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพ
  4. การปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎเกณฑ์และข้อบังคับของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทย่อยของบริษัท ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่า บริษัทฯ มีการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและไม่พบประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ
  5. ความเหมาะสมและการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีสำหรับปี 2568 จากบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด ให้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดทำขึ้น โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา รวมถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ และความเพียงพอของทรัพยากร รวมถึงการประเมินความเป็นอิสระและคุณภาพงานของผู้สอบบัญชีในรอบปีที่ผ่านมา สำหรับค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีนั้น ได้พิจารณาถึงขอบเขตความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี รวมทั้งเปรียบเทียบค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีสำนักงานอื่นแล้ว เห็นว่าบริษัทสำนักงาน อีวาย จำกัด มีความเหมาะสม รวมทั้งเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุมัติจาก (ก.ล.ต.)
  6. การกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการบริหารงานตามหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการตรวจสอบได้กำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอและถูกต้อง รวมทั้งส่งเสริมให้บริษัทฯ มีระบบธรรมาภิบาล การบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้มีความโปร่งใสและมีจริยธรรม ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งได้สอบทานวิธีการรายงานส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร เพื่อให้เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด

ในปี 2568 มีการจัดการเรื่องการพัฒนาความยั่งยืนสำหรับองค์กรตามแนวทาง Environment Social Governance (ESG) โดยให้ความสำคัญครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ มิติทางด้านสิ่งแวดล้อม มิติทางด้านสังคม และมิติทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็ง ให้บุคลากรในองค์กรตระหนักรู้ ร่วมบรรลุเป้าหมายก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและสร้างการเติบโตแก่ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง (Stakeholders) ทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

โดยสรุปในภาพรวมคณะกรรมการตรวจสอบ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ ตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรซึ่งอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท และได้มีการทบทวนกฎบัตรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างครบถ้วน และมีความเห็นว่า บริษัทฯ มีกระบวนการจัดทำและเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินอย่างถูกต้อง เหมาะสมและเชื่อถือได้ มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่เหมาะสม มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดต่างๆ มีการพิจารณาการเข้าทำรายการระหว่างกัน และรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่สมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งมีการพัฒนาปรับปรุงระบบปฏิบัติงานให้มีคุณภาพดีขึ้น และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

(นายธวัชชัย ช่องดารากุล)
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

2. รายงานคณะกรรมการบริหาร ประจำปี 2568

คณะกรรมการบริหารของบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล บริหารจัดการ และควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติ และตามนโยบายของบริษัท รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับกฎบัตรคณะกรรมการบริหาร และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันคณะกรรมการบริหารมีจำนวนทั้งสิ้น 6 ท่าน ดังนี้

จำนวนครั้งเข้าร่วมประชุม
1. นายปิยบุตร เลิศดำริห์การ ประธานคณะกรรมการบริหาร 12/12
2. นายพิพิธ พิชัยศรทัต กรรมการบริหาร 12/12
3. นายสัจจา เจนธรรมนุกูล กรรมการบริหาร 11/12
4. นายธวัช อึ้งสุประเสริฐ กรรมการบริหาร 12/12
5. นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการบริหาร 12/12
6. นายณพน เจนธรรมนุกูล กรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 12/12

สำหรับปี 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารได้มีการประชุมรวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญของบริษัทฯ อย่างรอบคอบ โดยได้รายงานผลการประชุม พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรการบริษัทฯ อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ และ/หรือพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังต่อไปนี้

  1. พิจารณาและติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย

    คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาและติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน โดยในปีนี้ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะในตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นในกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท ส่งผลให้ยอดดขายและยอดโอนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ คณะกรรมการบริหารจึงได้มีการปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของบริษัทฯ อาทิ การปรับแผนการก่อสร้าง การติดตามและการบริหารจัดการสต็อกสินค้าอย่างใกล้ชิด ชะลอการเปิดโครงการใหม่ ปรับกำลังพลทั้งส่วนกลางและหน้างานให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง รวมทั้งให้มีการจัดหาแหล่งเงินกู้สำรองเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจและการชำระหนี้ เป็นต้น

    นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารยังรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน พร้อมให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาและปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ตลอดจนติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ โดยในปี 2568 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการโพรวิเดนซ์ เลน เกษตรนวมินทร์ ซึ่งเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2568 และโครงการโพรวิเดนซ์ เลน ลาซาล ซึ่งเปิดตัวโครงการในเดือนธันวาคม 2568 ขณะที่ธุรกิจพื้นที่เช่ายังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดี โดยบริษัทมีแผนมองหาและพัฒนาพื้นที่เช่าใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต โดยส่วนหนึ่งจะใช้ที่ดินของบริษัทที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนามาศึกษาด้วย

  2. พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนงานและงบประมาณประจำปี

    คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาและเห็นชอบการจัดทำแผนงาน การพิจารณาแผนการซื้อที่ดิน การพัฒนาโครงการ การตลาด การขาย และการโอนกรรมสิทธิ์ของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สำหรับธุรกิจพื้นที่เช่า คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาอัตราค่าเช่า พิจารณาการขยายพื้นที่เช่าใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ รวมทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ได้ติดตามยอดขายและต้นทุน รวมทั้งพิจารณาแผนการเปิดสาขาใหม่ เพื่อขยายธุรกิจ นอกจากนี้คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาเห็นชอบงบประมาณประจำปี กำกับดูแลให้มีการใช้งบประมาณให้เป็นไปตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ รวมถึงพิจารณาการทำนิติกรรมต่างๆ ธุรกรรมทางการเงิน สินเชื่อโครงการ และสินเชื่ออื่นๆ ที่บริษัทใช้บริการ ตามอำนาจการอนุมัติ

  3. พิจารณากลั่นกรองโครงสร้างการบริหารงาน ระเบียบ ข้อบังคับที่ใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงานทั่วไปของบริษัท โครงสร้างองค์กร จำนวน และอัตราจ้างพนักงาน

    คณะกรรมการบริหารได้พิจารณากลั่นกรองโครงสร้างการบริหารงาน โครงสร้างองค์กร รวมถึงจำนวนและอัตราจ้างพนักงาน ของบริษัทและบริษัทย่อยทั้งหมด เพื่อให้สามารถการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และมีความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์และแผนต่อไปในอนาคต พร้อมทั้งนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติต่อไป

  4. พิจารณาการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน และรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์

    คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน และรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ด้วยความรอบครอบและระมัดระวัง มีความสมเหตุสมผลในเรื่องของเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ

  5. ทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการบริหาร

    ทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการบริหาร เพื่อให้แนวทางในการปฏิบัติหน้าที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ในปี 2568 คณะกรรมการบริหารมีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ขององค์กร ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดมั่นในความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสนับสนุนการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต และรอบคอบ พร้อมพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มความสามารถ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

(นายปิยบุตร เลิศดำริห์การ)
ประธานคณะกรรมการบริหาร

3. รายงานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประจำปี 2568

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปัจจุบันมีจำนวน 3 ท่าน โดยมีรายชื่อดังนี้

  1. นายธวัชชัย ช่องดารากุล ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  2. นายอนุทิพย์ ไกรฤกษ์ กรรมการบริหารความเสี่ยง
  3. นางกุณฑลา ศศะสมิต กรรมการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้ง 3 ท่านเป็นกรรมการอิสระทั้งหมด ปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตความรับผิดชอบที่กำหนดไว้ในกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์อย่างรอบคอบ รวมทั้งได้เสนอแนะในเรื่องต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยในปี 2568 มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยนายธวัชชัย ช่องดารากุล และนางกุณฑลา ศศะสมิต เข้าร่วมประชุมครบรวม 4 ครั้ง นายอนุทิพย์ ไกรฤกษ์ เข้าร่วมประชุม รวม 3 ครั้ง

สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

  1. ปี 2568 จัดให้มีการอบรมทบทวนความเสี่ยงและให้ความรู้กับผู้บริหาร พนักงานและผู้เกี่ยวข้องในเรื่องการบริหารความเสี่ยงของทั้งองค์กร เพื่อให้เข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในการดำเนินงานและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัทฯ รวมถึงการจัดการกับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และไม่ส่งผลกระทบจนทำให้การดำเนินงานขององค์กรไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการได้ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเห็นชอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Top Risk) ซึ่งได้มีการทบทวน Top Risk ใหม่ พร้อมติดตามอย่างสม่ำเสมอและมีนโยบายให้บริษัทจัดทำความเสี่ยงระดับฝ่ายขององค์กรด้วย
  2. พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนงานการบริหารความเสี่ยงในด้านต่างๆ ของบริษัทรวมทั้งแนวทางแก้ไขเป็นประจำทุกไตรมาสของปี 2568
  3. พิจารณาและให้ความเห็นชอบการกำหนดความเสี่ยงหลักของบริษัทฯ ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามและควบคุมความเสี่ยงของบริษัท
  4. กำหนดให้มีเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง และระบบเตือนภัยล่วงหน้า
  5. กำกับดูแลให้ทุกหน่วยงานได้บริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ
  6. กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎบัตรที่เกี่ยวข้อง
  7. พิจารณาเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่มีส่วนได้เสีย และให้ข้อเสนอแนะรวมทั้งมาตรการป้องกัน นอกจากนี้ยังติดตามผลของการดำเนินการแก้ไข

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้รายงานผลสรุปการประชุมต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อทราบทุกครั้งในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่แบบรายคณะ โดยได้ครอบคลุมการประเมิน 4 หัวข้อ ได้แก่

  1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  2. การประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  4. การรายงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ผลการประเมินคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอยู่ที่ 3.99 จากคะแนนเต็ม 4.00 คิดเป็นร้อยละ 99.75

(นายธวัชชัย ช่องดารากุล)
ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

4. รายงานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาต่อตอบแทน ประจำปี 2568

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบของบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปัจจุบันมีจำนวน 3 ท่าน โดยมีรายชื่อดังนี้

  1. นายธวัชชัย ช่องดารากุล ประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
  2. นายอนุทิพย์ ไกรฤกษ์ กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
  3. นางกุณฑลา ศศะสมิต กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

ซึ่งทั้ง 3 ท่านเป็นกรรมการอิสระทั้งหมด ในปี 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาฯ ได้ประชุม 2 ครั้ง โดยกรรมการสรรหาฯ เข้าร่วมประชุมครบทุกท่าน และมีนายณพน เจนธรรมนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นเลขานุการคณะกรรมการสรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน

ตามกฎบัตรคณะกรรมการสรรหาฯ มีบทบาทหน้าที่ในการพิจารณาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท การดำเนินงานเรื่องแผนการสืบทอดตำแหน่ง กำหนดโครงสร้างผลตอบแทนและผลประโยชน์อื่นสำหรับกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ กฎบัตรยังได้กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปีด้วย

ในปี 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาฯได้ปฏิบัติหน้าที่ดังนี้

  1. การพิจารณาบุคคลที่เสนอเป็นกรรมการบริษัท

    ในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์การสรรหา กระบวนการคัดเลือก และการเสนอชื่อตามขอบเขตและหน้าที่ที่ระบุไว้ในกฎบัตร

    โดยพิจารณารายชื่อของบุคคลที่อาจได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ เช่น ผ่านการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อ ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน ถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ผลปรากฏว่าไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการบริษัท

    ซึ่งผลการสรรหากรรมการในปี 2568 ได้มีการแต่งตั้งกรรมการ 3 ท่าน ได้แก่ นางกุณฑลา ศศะสมิต นายพิพิธ พิชัยศรทัต และนายธวัช อึ้งสุประเสริฐ กลับเข้าดำรงตำแหน่งใหม่ โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติหน้าที่ มีความเหมาะสมทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ชื่อเสียง ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินการอยู่ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด

  2. การประเมินตนเองของคณะกรรมการสรรหาฯ

    ในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการสรรหาฯมีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่แบบรายคณะ โดยได้ครอบคลุมการประเมิน 4 หัวข้อ ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน การประชุมคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และการรายงานของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

    ผลการประเมินคณะกรรมการสรรหาอยู่ที่ 3.97 จากคะแนนเต็ม 4.00 หรือคิดเป็นร้อยละ 99.25 โดยได้คะแนนเต็มทุกหัวข้อยกเว้นหัวข้อ การประชุมคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ที่ได้คะแนน 3.94 และ 3.97 ตามลำดับ

  3. พิจารณาค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย

    คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยโดยคำนึงถึงบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการแต่ละตำแหน่ง ผลการปฏิบัติงานของกรรมการรายท่าน ผลประกอบการของบริษัท พร้อมทั้งเปรียบเทียบค่าตอบแทนกรรมการในกลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเดียวกันหรือคล้ายกันจำนวน 66 บริษัท บริษัทที่มีระดับรายได้ 1,001-5,000 ล้านบาท ตามรายงานการสำรวจค่าตอบแทนกรรมการประจำ ปี 2567 ของสถาบันกรรมการบริษัทไทย เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ และที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ บริษัทมีรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการโดยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ ค่าตอบแทนรายเดือน เบี้ยประชุม และค่าตอบแทนพิเศษ จึงได้เสนอค่าตอบแทนดังนี้

    • • ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน
      คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย มีรายละเอียดอยู่ในหมวดการกำกับดูแลกิจการในรายงานประจำปี รวมทั้งได้พิจารณาถึงภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม และเปรียบเทียบผลตอบแทนคณะกรรมการ ทั้งกับธุรกิจประเภทเดียวกันและธุรกิจอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกันแล้ว เห็นสมควรเสนอผู้ถือหุ้นกำหนดค่าตอบแทนให้แก่คณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย สำหรับปี 2568 เท่ากับปี 2567 คงเดิมทุกตำแหน่ง และงดการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของกรรมการบริษัท สำหรับผลดำเนินงานปี 2567 โดยไม่มีผลประโยชน์อื่นใดอีก
    • • ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน
      -ไม่มี-
    • • ทั้งนี้ค่าตอบแทนดังกล่าวได้ผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568
  4. การพิจารณาค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

    คณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยคำนึงถึงบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ผลการปฏิบัติหน้าที่ตามเป้าหมายที่ได้รับอนุมัติ รวมถึงผลประกอบการของบริษัท โดยได้กำหนดค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้แก่ เงินเดือน และโบนัส สอดคล้องกับผลการปฏิบัติหน้าที่

  5. ทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการสรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน

    ทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เพื่อให้แนวทางในการปฏิบัติหน้าที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

(นายธวัชชัย ช่องดารากุล)
ประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน