ลักษณะการประกอบธุรกิจ

ประวัติความเป็นมา

บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ก่อนตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 ดำเนินธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ประเภทบ้านจัดสรรเพื่อการอยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร

บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทบ้านจัดสรรเพื่อการอยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 เป็นการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินเพื่อขายเป็นหลัก จวบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 49 ปีบริษัทฯ ได้พัฒนาโครงการเพื่ออยู่อาศัยและส่งมอบบ้านแก่ผู้ซื้อแล้วกว่า 6,000 หน่วย โดยบริษัทฯมุ่งเน้นที่จะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพ เพื่อการอยู่อาศัยที่ดีของคนไทยในราคาที่เหมาะสมนอกจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายแล้ว บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทให้เช่า โดยพัฒนาศูนย์การค้าชุมชน ภายใต้ชื่อ ศูนย์การค้าสัมมากรเพลส (Sammakorn Place) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่บนถนนรังสิตคลอง 2 ถนนรามคำแหง และถนนราช-พฤกษ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการหารายได้ที่สม่ำเสมอให้กับบริษัทฯ และสร้างรายได้ในระยะยาวให้มีความผันผวนน้อยลงอีกทั้งยังสร้างเครือข่ายชุมชนให้มีความสะดวกสบายในการพักอาศัยอีกด้วย

“เราไม่เพียงสร้างบ้าน แต่เราสร้างสังคม”

การประกอบธุรกิจ

รายได้หลักของบริษัทฯมาจากการจำหน่ายโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยเป็นหลัก

โครงการแนวราบ
โครงการแนวราบ
โครงการแนวสูง
โครงการแนวสูง
โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า
โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า

ในปี พ.ศ. 2561 บริษัทฯได้เปิดการขายโครงการใหม่ 4 โครงการ ทำให้ในปี 2561บริษัทฯ มีโครงการหลักที่สร้างรายได้ทั้งหมด 10 โครงการได้แก่ โครงการ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 5 โครงการ ได้แก่ โครงการสัมมากร ชัยพฤกษ์-วงแหวนโครงการสัมมากร ชัยพฤกษ์-วงแหวน 2 โครงการสัมการ ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ บนถนนชัยพฤกษ์ตัดใหม่ โครงการสัมมากร รังสิตคลอง7 โซน 4 และโครงการสัมมากร ไพรม์7 ซึ่งเป็นส่วนด้านหน้าของโครงการสัมมากรรังสิต คลอง 7 เดิม โครงการทาวน์โฮม 3 โครงการ ได้แก่ โครงการสัมมากร อเวนิว รามอินทรา-วงแหวน บนถนนคู้บอนใกล้ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ โครงการสัมมากร อเวนิว สุวรรณภูมิ และโครงการสัมมากร อเวนิว ชัยพฤกษ์-วงแหวน ตั้งอยู่ติดกับโครงการสัมมากร ชัยพฤกษ์-วงแหวน โครงการโฮมออฟฟิศ 1 โครงการคือ โครงการสัมมกร ออฟฟิต พาร์ค และโครงการคอนโดมีเนียม 1 โครงการ คือ โครงการสัมมากร เอสเก้า คอนโดมิเนียม บนถนนรัตนาธิเบศร์ บริษัทฯ ยังคงเน้นพัฒนาโครงการบนพื้นที่ในบริเวณใกล้กับถนนสายที่เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ รถไฟฟ้า ทางด่วน เป็นต้น

นโยบายการดำเนินธุรกิจ

บริษัทฯ มีนโยบายในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย เพื่อจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 ยังคงอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ จังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนนทบุรี โดยมีเป้าหมายและนโยบายหลัก ๆ ดังนี้:

  1. มุ่งเน้นพัฒนาสินค้าประเภทบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ มีความถนัดทั้งในส่วนของการทำการตลาดในทำเลและการพัฒนาสินค้า โดยตั้งเป้าหมายเร่งปิดการขายโครงการปัจจุบัน เพื่อสร้างสภาพคล่องในการซื้อที่ดินใหม่เพื่อพัฒนาโครงการใหม่
  2. พัฒนาโครงการแนวราบประเภทอื่นๆเพิ่มติม อาทิ โครงการทาวน์โฮม หรือบ้านแฝดในทำเลใกล้เมืองเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้เมือง แต่ไม่สามารถเป็นเจ้าของบ้านเดี่ยวที่มีราคาสูงขึ้นตามราคาของที่ดินได้
  3. พัฒนาปรับปรุงสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ ให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน เมื่อดูแลรักษาครบกำหนดตามโครงการและวิธีการจัดสรรแล้ว บริษัทฯ มีนโยบายในการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร เพื่อให้เจ้าของร่วมได้มีส่วนร่วมกันในการบริหารจัดการชุมชนด้วยตนเอง โดยมีสิทธิ์และหน้าที่ตามกฎหมาย อันจะนำมาซึ่งความเข้มแข็งของแต่ละชุมชนได้เป็นอย่างดี
  4. คุณภาพบ้านที่พร้อมส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ บริษัทฯ จัดทีมตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทฯจะส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกำหนดเวลา
  5. พัฒนาทีมงานบริหารลูกค้าสัมพันธ์ บริการหลังการขาย และสร้างกฏระเบียบที่อยู่อาศัยภายในโครงการเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมภายในโครงการในอนาคต

การพัฒนาองค์กร และบุคลากร

ในปี 2561 บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านบุคลากรและระบบปฏิบัติการ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถทำงานได้อย่างทัดเทียมกับบริษัทชั้นนำในตลาด โดยกำหนดเป้าหมายให้บุคลากรของบริษัทฯ มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลักในการทำงาน บริษัทฯได้เตรียมความพร้อมในด้านโปรแกรมฝึกอบรมให้แก่บุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรมีความเข้าใจในแนวทางการเติบโตทางธุรกิจของบริษัทฯ ในทิศทางเดียวกัน และยังส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงานของบุคลากรทุกหน่วยงาน ในขณะที่ระบบปฏิบัติการที่บริษัทฯ จะนำมาประยุกต์ใช้จะต้องส่งเสริมให้เกิดความรวดเร็วและถูกต้องในการทำงานระหว่างฝ่ายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้บริษัท ฯ ยังมีเกณฑ์การวัดความสำเร็จขององคก์รทั้งสี่ด้าน ตามหลกัการของ Balance Scorecard ได้แก่

  1. มุมมองด้านการเงิน (Financial Perspective)
  2. มุมมองด้านลูกค้า (Customer Perspective)
  3. มุมมองด้านกระบวนการภายใน (Internal Process Perspective)
  4. มุมมองด้านการเรียนรู้และการพัฒนา (Learning and Growth Perspective)

บริษัท ฯ จึงเชื่อมั่นว่า บริษัท ฯ จะเติบโตอย่างยั่งยืนดังเช่นที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน

โครงสร้างรายได้

โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ ประกอบด้วยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ซึ่งในปี 2561 มีสัดส่วนร้อยละ 87.76 ของรายได้รวม นอกจากนั้นก็มีรายได้จากการให้เช่า รายได้จากการบริการ และรายได้อื่น โครงสร้างรายได้ในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมามีสัดส่วนดังนี้

โครงสร้างรายได้เปรียบเทียบ 3 ปี (งบเฉพาะกิจการ)

(หน่วย : ล้านบาท)

ประเภทรายได้ 2559 2560 2561
จำนวนเงิน สัดส่วน% จำนวนเงิน สัดส่วน% จำนวนเงิน สัดส่วน%
รายได้จากการขายบ้านและที่ดิน 703.66 62.55% 834.03 76.87% 879.10 69.77
รายได้จากการขายห้องชุด 179.16 15.93% 103.46 9.54% 226.75 17.99
รายได้จากการให้เช่า 67.46 5.99% 68.07 6.27% 67.75 5.38
รายได้ค่าบริการ 55.30 4.92% 57.04 5.26% 60.57 4.81
รายได้จากการรับโอนอาคารให้เช่า 79.62 7.08% - - - -
รายได้อื่นๆ 39.68 3.53% 22.39 2.06% 25.84 2.05
รวมรายได้ 1,124.89 100.00% 1,084.99 100.00% 1,260.01 100.00%

โครงการในอนาคต

บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในนโยบายจัดสรรโครงการบนทำเลที่ดีที่สุดและพัฒนาสินค้าให้ตรงกับกลุ่มที่มีกำลังซื้อหลักในทำเลนั้นๆ นอกจากนั้นบริษัทฯ จะเน้นการสร้างสังคมภายในโครงการให้มีระเบียบของการอยู่อาศัยร่วมกันเพื่อก่อให้เกิดชุมชนและสังคมเพื่อการอยู่อาศัยที่สงบสุขอย่างแท้จริง

ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ

ผลตอบรับของตลาดในปี พ.ศ. 2561 พบว่าแบรนด์ “สัมมากร” ได้รับความนิยมและจดจำจากกลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น และมีผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเหล่านั้นเพิ่มมากด้วย โดยจะเห็นได้จากจำนวนโครงการที่ปิดการขายลง และโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ที่ให้การต้อนรับที่ดีต่อโครงการทาวน์โฮม สัมมา-กร อเวนิว นอกจากนั้นแบรนด์ “สัมมากร” ยังถูกจดจำถึงคุณค่าของแบรนด์ที่ส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นแผนธุรกิจในปี พ.ศ. 2562 ที่มุ่งเน้นการส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพและการเพิ่มและพัฒนาหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพ และบริการหลังการขายที่จะนำมาซึ่งการแนะนำจากลูกค้าสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ทำให้บริษัทฯ มียอดรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้

ปัจจัยที่ทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้

บริษัทฯดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มายาวนาน มีความรู้และมีความเข้าใจในธุรกิจเป็นอย่างดี ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จึงเติบโตและมีกำไรอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ผลการดำเนินงานส่วนใหญ่ได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ ยกเว้นกรณีมีปัจจัยที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และปัญหานโยบายของสถาบันการเงินที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งสวนทางกับจำนวนอุปทานที่ยังมีอยู่มากในตลาด อาจเป็นเหตุให้บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินงานให้สำเร็จตามแผนหรือตามเป้าหมายที่วางไว้